EN 322 จุดมุ่งหมาย หลักการ และวิธีแปล
(Nature and Methods of Translation)


ตอนที่  3 : การแปลไทย - อังกฤษ


 บทที่  12   การเลือกใช้ Article


 

การเลือกใช้ Article

            ในภาษาไทย  คำนามแต่ละตัวที่ใช้ไม่มีคำประเภท Article (a, an, the) นำหน้าเหมือนกับคำนามในภาษาอังกฤษซึ่งถ้าเป็นนามนับได้จะต้องมี Article กำกับอยู่      ดังนั้น เมื่อผู้แปลแปลประโยคหรือข้อความจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษมักจะเกิดปัญหา  คือ

                        ·  ลืมใส่ Article ข้างหน้านาม

                        ·  ไม่สามารถเลือกใช้ Article ได้ถูกต้อง   การใช้ Article ผิด  มีผลทำให้ความหมายผิดไปด้วย   ตัวอย่างเช่น

                                    He sold the car.

            (เขาขายรถคันนั้นไปแล้ว – ผู้พูดและผู้ฟังเข้าใจกันดีว่าหมายถึงรถคันไหน)

                                    He sold a car.

            (เขาขายรถไปคันหนึ่ง เขามีรถหลายคันและเขาขายไปหนึ่งคัน ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นคันไหน)

 

            ทั้งสองประโยคถูกต้องตามหลักไวยากรณ์  แต่ความหมายจะต่างกันมาก  และความแตกต่างกันนั้นเกิดขึ้นเพราะการใช้ Article ที่แตกต่างกัน  ในเรื่องของการแปลจากตัวอย่างประโยคสองประโยคข้างบน ถ้าตั้งใจจะหมายความว่า  เขาขายรถไป     คันหนึ่ง    แล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า  “He sold the car.” ความหมายในประโยคภาษาอังกฤษจะไม่ตรงกับความหมายในภาษาไทยทันที  ดังนั้น  จะเห็นว่าปัญหาในการแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ สิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหามากอย่างหนึ่งก็คือ เรื่องของการเลือกใช้ Article ให้ถูกต้องนั่นเอง  

 

วิธีแปล

            ผู้แปลควรพิจารณาเนื้อความของประโยคที่จะแปลอย่างรอบคอบเพื่อดูว่า คำนามในประโยคนั้นควรใช้ Article หรือไม่  เพราะคำนามในภาษาอังกฤษมี 2 ประเภท คือ คำนามประเภทนับได้ (Countable nouns) และคำนามประเภทนับไม่ได้  (Uncountable nouns) คำนามที่นับได้เมื่อใช้เป็นรูปเอกพจน์จะต้องมี Article (a, an หรือ  the แล้วแต่กรณี) นำหน้าเสมอ  ส่วนคำนามประเภทนับไม่ได้นั้นโดยปกติแล้วจะไม่ใส่ Article (มีข้อยกเว้น  คือ นามบางคำจะเป็นได้ทั้ง Countable และ Uncountable nouns)

            เรื่องของการใช้ Article ให้ถูกต้องนี้ เป็นเรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อน ผู้แปลควรจะต้องหาความชำนาญโดยการหัดสังเกต  ถ้ายังไม่เข้าใจควรทบทวนหลักเกณฑ์การใช้และไม่ใช้ Article จากตำราไวยากรณ์เบื้องต้น

 

ตัวอย่างของการใช้และไม่ใช้ Article

1.   เขาเป็นคริสเตียนที่ดี  เขาไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์

He is a good Christian; he goes to church every Sunday.

(ละ Article หน้านาม church)

 

2.   โบสถ์ที่เขาไปเป็นประจำอยู่ในเมือง

The church that he always goes to is in the city.

(ใส่ Article หน้านาม church)

 

3.   พ่อของเขาไม่ทราบว่าเขาไม่ไปโรงเรียน

     His father did not know that he had not been to school.

(ละ Article หน้านาม school)

 

4.  โรงเรียนที่ฉันเคยเรียนปิดไปแล้ว

The school where I used to study was closed now.

(ใส่ Article หน้านาม school)

 

5.  ข้าวผัดกุ้งอร่อยมาก

Shrimp fried rice is very delicious.

(rice เป็นคำนามนับไม่ได้  ไม่ต้องใส่ Article)

 

6.  ฉันขอกาแฟไม่ใส่นม

I would like to have coffee without milk.

(ละ Article หน้านาม coffee และ milk เพราะเป็นคำนามที่นับไม่ได้ทั้ง 2 คำ)

 

7.  ฉันชอบเดินทางโดยรถไฟมากกว่าเครื่องบิน

I prefer going by train to going by plane.

(สำนวนเกี่ยวกับการเดินทาง เช่น  by plane / by train / by car, etc. ไม่ใส่ Article    

 หน้านาม)  

 

8.   คนซื่อสัตย์ควรได้รับยกย่องจากสังคม

The honest should be praised by society.

(ใส่ Article the หน้าคำคุณศัพท์ ทำให้กลายเป็นคำนาม the honest  = the honest 

 people)

 

9.   น้ำตาลทรายขาวไม่ดีต่อสุขภาพ

White sugar is not good for one’s health.

(ละ Article หน้านาม sugar เพราะเป็นคำนามที่นับไม่ได้)

 

10.  เขาว่ากันว่าคนไทยขี้เกียจ

They said that Thai people are lazy.

(ละ Article หน้า Thai people เพราะเป็นนามพหูพจน์)  

 

11.  มีผมเส้นหนึ่งอยู่ในซุปของฉัน       

      There’s a hair in my soup.

 (ผมหนึ่งเส้น เป็นนามนับได้  ใส่ Article ได้)

 

12.  คุณมีผมยาวจัง

You’ve got very long hair. 

(ละ Article หน้า hair เพราะในปริบทนี้  หมายถึง ผมทั้งศีรษะ ถือเป็นนามนับ         

  ไม่ได้)

 

13.  คุณอยู่กับเราได้  มีห้องว่างห้องหนึ่ง

You can stay with us.  There is a spare room.

(ใส่ Article เพราะห้องเป็นนามที่นับได้)

 

14.  คุณนั่งตรงนี้ไม่ได้ ไม่มีที่ว่างแล้ว 

      You can’t sit here.  There isn’t room.

 (ละ Article หน้า room ซึ่งในปริบทนี้แปลว่า  ที่ว่าง  ถือเป็นนามที่นับไม่ได้)

 

15.  ฉันซื้อหนังสือพิมพ์มาอ่านฉบับหนึ่ง

I bought a paper to read.

 (paper ในปริบทนี้ หมายถึง newspaper เป็นนามนับได้ ใส่ Article ได้)

 

16.   ฉันต้องการกระดาษเพื่อมาเขียนหนังสือ

I need some paper to write on.

(paper หมายถึง  กระดาษ  เป็นนามนับไม่ได้ ไม่ใส่ Article แต่ใช้กับคำประเภท         

 some  หรือ any ได้)  

 

17.   คุณได้ยินเสียงอะไรตอนนี้ไหม

 Did you hear a noise just now?

(ในปริบทนี้หมายถึง เสียง ที่เกิดขึ้นตอนนี้ = a particular noise ใส่ Article ได้)

 

18.   ฉันทำงานที่นี่ไม่ได้หรอก   เสียงดังมากไป

I can’t work here. There’s too much noise.

(noise ในปริบทนี้เป็นนามที่นับไม่ได้  ใส่ Article ไม่ได้)

 

19.    ฉันรอไม่ได้  ฉันไม่มีเวลา

 I can’t wait. I haven’t got time.

 (ละ Article หน้า time ซึ่งแปลว่า  เวลา เป็นนามที่นับไม่ได้)

 

20.   เที่ยวให้สนุกนะ

Enjoy your holiday.    Have a good time!

(Have a good time!  เป็นสำนวน ซึ่งใช้ Article a โดยเฉพาะ)

 


หน้าก่อน สารบัญ หน้าถัดไป