|
การเลือกใช้
Article
ในภาษาไทย คำนามแต่ละตัวที่ใช้ไม่มีคำประเภท
Article
(a, an, the)
นำหน้าเหมือนกับคำนามในภาษาอังกฤษซึ่งถ้าเป็นนามนับได้จะต้องมี
Article
กำกับอยู่
ดังนั้น
เมื่อผู้แปลแปลประโยคหรือข้อความจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษมักจะเกิดปัญหา
คือ
·
ลืมใส่ Article
ข้างหน้านาม
·
ไม่สามารถเลือกใช้
Article ได้ถูกต้อง
การใช้ Article
ผิด
มีผลทำให้ความหมายผิดไปด้วย
ตัวอย่างเช่น
He
sold the car.
(เขาขายรถคันนั้นไปแล้ว
ผู้พูดและผู้ฟังเข้าใจกันดีว่าหมายถึงรถคันไหน)
He
sold a car.
(เขาขายรถไปคันหนึ่ง
เขามีรถหลายคันและเขาขายไปหนึ่งคัน
ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นคันไหน)
ทั้งสองประโยคถูกต้องตามหลักไวยากรณ์
แต่ความหมายจะต่างกันมาก
และความแตกต่างกันนั้นเกิดขึ้นเพราะการใช้
Article
ที่แตกต่างกัน
ในเรื่องของการแปลจากตัวอย่างประโยคสองประโยคข้างบน
ถ้าตั้งใจจะหมายความว่า
เขาขายรถไป คันหนึ่ง
แล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษว่า
He
sold the car.
ความหมายในประโยคภาษาอังกฤษจะไม่ตรงกับความหมายในภาษาไทยทันที
ดังนั้น
จะเห็นว่าปัญหาในการแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ
สิ่งที่ก่อให้เกิดปัญหามากอย่างหนึ่งก็คือ
เรื่องของการเลือกใช้ Article
ให้ถูกต้องนั่นเอง
วิธีแปล 
ผู้แปลควรพิจารณาเนื้อความของประโยคที่จะแปลอย่างรอบคอบเพื่อดูว่า
คำนามในประโยคนั้นควรใช้
Article
หรือไม่
เพราะคำนามในภาษาอังกฤษมี
2
ประเภท คือ คำนามประเภทนับได้
(Countable
nouns) และคำนามประเภทนับไม่ได้
(Uncountable
nouns)
คำนามที่นับได้เมื่อใช้เป็นรูปเอกพจน์จะต้องมี
Article
(a, an หรือ
the
แล้วแต่กรณี)
นำหน้าเสมอ
ส่วนคำนามประเภทนับไม่ได้นั้นโดยปกติแล้วจะไม่ใส่
Article
(มีข้อยกเว้น
คือ
นามบางคำจะเป็นได้ทั้ง Countable
และ Uncountable
nouns)
เรื่องของการใช้
Article
ให้ถูกต้องนี้
เป็นเรื่องที่ยุ่งยากและซับซ้อน
ผู้แปลควรจะต้องหาความชำนาญโดยการหัดสังเกต
ถ้ายังไม่เข้าใจควรทบทวนหลักเกณฑ์การใช้และไม่ใช้
Article
จากตำราไวยากรณ์เบื้องต้น
ตัวอย่างของการใช้และไม่ใช้
Article
1. เขาเป็นคริสเตียนที่ดี
เขาไปโบสถ์ทุกวันอาทิตย์
He
is a good Christian; he goes to church every Sunday.
(ละ
Article
หน้านาม church)
2. โบสถ์ที่เขาไปเป็นประจำอยู่ในเมือง
The
church that he always goes to is in the city.
(ใส่
Article
หน้านาม church)
3. พ่อของเขาไม่ทราบว่าเขาไม่ไปโรงเรียน
His
father did not know that he had not been to school.
(ละ
Article
หน้านาม school)
4. โรงเรียนที่ฉันเคยเรียนปิดไปแล้ว
The
school where I used to study was closed now.
(ใส่
Article
หน้านาม school)
5. ข้าวผัดกุ้งอร่อยมาก
Shrimp
fried rice is very delicious.
(rice
เป็นคำนามนับไม่ได้
ไม่ต้องใส่ Article)
6. ฉันขอกาแฟไม่ใส่นม
I
would like to have coffee without milk.
(ละ
Article
หน้านาม coffee
และ milk
เพราะเป็นคำนามที่นับไม่ได้ทั้ง
2
คำ)
7. ฉันชอบเดินทางโดยรถไฟมากกว่าเครื่องบิน
I
prefer going by train to going by plane.
(สำนวนเกี่ยวกับการเดินทาง
เช่น by
plane / by train / by car, etc. ไม่ใส่
Article
หน้านาม)
8.
คนซื่อสัตย์ควรได้รับยกย่องจากสังคม
The
honest should be praised by society.
(ใส่
Article
the หน้าคำคุณศัพท์
ทำให้กลายเป็นคำนาม the
honest = the honest
people)
9. น้ำตาลทรายขาวไม่ดีต่อสุขภาพ
White
sugar is not good for ones health.
(ละ
Article
หน้านาม sugar
เพราะเป็นคำนามที่นับไม่ได้)
10.
เขาว่ากันว่าคนไทยขี้เกียจ
They
said that Thai people are lazy.
(ละ
Article
หน้า Thai
people เพราะเป็นนามพหูพจน์)
11. มีผมเส้นหนึ่งอยู่ในซุปของฉัน
Theres a hair in my soup.
(ผมหนึ่งเส้น
เป็นนามนับได้ ใส่ Article
ได้)
12. คุณมีผมยาวจัง
Youve
got very long hair.
(ละ
Article
หน้า hair
เพราะในปริบทนี้
หมายถึง ผมทั้งศีรษะ
ถือเป็นนามนับ
ไม่ได้)
13. คุณอยู่กับเราได้
มีห้องว่างห้องหนึ่ง
You
can stay with us. There
is a spare room.
(ใส่
Article
เพราะห้องเป็นนามที่นับได้)
14. คุณนั่งตรงนี้ไม่ได้
ไม่มีที่ว่างแล้ว
You cant sit here.
There isnt room.
(ละ
Article
หน้า room
ซึ่งในปริบทนี้แปลว่า
ที่ว่าง
ถือเป็นนามที่นับไม่ได้)
15. ฉันซื้อหนังสือพิมพ์มาอ่านฉบับหนึ่ง
I
bought a paper to read.
(paper
ในปริบทนี้
หมายถึง newspaper
เป็นนามนับได้
ใส่ Article
ได้)
16. ฉันต้องการกระดาษเพื่อมาเขียนหนังสือ
I
need some paper to write on.
(paper
หมายถึง
กระดาษ เป็นนามนับไม่ได้
ไม่ใส่ Article
แต่ใช้กับคำประเภท
some
หรือ any
ได้)
17. คุณได้ยินเสียงอะไรตอนนี้ไหม
Did
you hear a noise just now?
(ในปริบทนี้หมายถึง
เสียง
ที่เกิดขึ้นตอนนี้ =
a particular noise ใส่
Article
ได้)
18. ฉันทำงานที่นี่ไม่ได้หรอก
เสียงดังมากไป
I
cant work here. Theres too much noise.
(noise
ในปริบทนี้เป็นนามที่นับไม่ได้
ใส่ Article
ไม่ได้)
19.
ฉันรอไม่ได้
ฉันไม่มีเวลา
I
cant wait. I havent got time.
(ละ
Article
หน้า time
ซึ่งแปลว่า
เวลา
เป็นนามที่นับไม่ได้)
20. เที่ยวให้สนุกนะ
Enjoy
your holiday. Have
a good time!
(Have
a good time! เป็นสำนวน
ซึ่งใช้ Article
a โดยเฉพาะ)
|